คลังบทความของบล็อก

ประวัติเรือเทพมงคลชัย

เรือเทพมงคลชัยนี้เดิมชื่อ เจ้าแม่คำหงษ์ โดยเป็นเรือของชาวบ้านแจ้ง ตำบล บ้านแจ้ง อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาได้เปปลี่ยนชื่อเรือไปเป็น เทพมงคลชํย และทำสาวใหม่ โดยนายช่าง นิพฒน์ นิราวรรณ โดยมีขนาดเรือเดิม ความยาวของลำเรือ 22.50เมตร ความกว้าง 1.10เมตร ความลึก 0.30 เซนติเมตร ความยาวทั้งลำและโขนหัว 31.50เมตร บรรจุได้ 35-39 ฝีพาย ขนาดของตัวเรือปัจจุบัน ความยาวของลำเรือ 25.50เมตร ความกว้าของลำเรือ 1.09 เมตร ความลึกของท้องเรือถึงตัวขั้น 0.31เซนติเมตร ความยาวทั้งลำรวมโขนหัวโขนท้าย 33.50เมตร บรรจุได้ 40ฝีพาย
ธรรมเนีบยแชมป์
แชมป์ถ้วยพระราชทานที่บ้านท่าใคร้-ท่าแสบง ปี พ.ศ.2553
แชมป์ถ้วยพระราชทานที่จังหวัดยโสธร ปี พ.ศ. 2553
โดยชาวมีเรืออยู่ 2ลำคือ
เทพราชันย์ เป็นเรือโบราณ
เทพมงคลชัย เป็นเรือ ที่ทำสาวใหม่

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วิทยุ ทีวี บนอินเทอร์เน็ต

เมื่อร้อยปีเศษมาแล้ว มาร์โคนี่ได้ส่งสัญญาณวิทยุ เป็นคลื่นแพร่กระจายออกไปในอากาศได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาเครื่องรับวิทยุ ทั้งแบบเอเอ็ม เอฟเอ็ม ใช้กันทั่วโลก ต่อมาก็มีการพัฒนาวิธีการส่งสัญญาณโทรทัศน์ ทำให้มีการรับชมข่าวสารผ่านทางระบบทีวี จนปัจจุบันเกือบทุกบ้านมีวิทยุ โทรทัศน์ กันหมด
หลังจากปี ค.ศ. 1990 การประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้เริ่มขึ้น มีการจัดการข้อมูลข่าวสารไว้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้อยู่บนเครื่องลูกข่ายที่เรียกว่า ไคลแอนต์ มีโปรแกรมเชื่อมโยงที่เรียกว่า บราวเซอร์ บราวเซอร์ติดต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ด้วยโปรโตคอลมาตรฐาน ที่ชื่อ http
การประยุกต์ไฮเปอร์เท็กซ์ได้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่เรียกว่า เวิร์ลไวด์เว็บ เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น การใช้งานข้อมูล ข่าวสารเหล่านี้ก็ก้าวเข้าสู่มัลติมีเดีย มีการเก็บข้อมูลรูปภาพ เสียง และวิดิโอ
การเก็บข้อมูลเสียงและวิดิโอในยุคแรกยังเป็นเพียงการเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเครื่องที่เป็นไคลแอนด์ต้องการใช้ข้อมูล ก็มีการติดต่อมายังเครื่องให้บริการ การโอนย้ายข้อมูลก็เกิดขึ้น โดยวิธีการคัดลอกแฟ้มเหล่านั้นผ่านเครือข่ายมายังผู้ใช้ เมื่อคัดลอกมาได้ครบจึงเริ่มแสดงผล ลักษณะการใช้งานจึงเป็นวิธีการโอนย้ายไฟล์ มิได้เป็นการส่งกระจายแบบเวลาจริง
เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จนสามารถบีบอัดข้อมูลเสียง และวิดิโอ ให้มีขนาดเล็กลงได้ การบีบอัดข้อมูลให้เหลือน้อย ทำให้ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายที่มีข้อจำกัดทางด้านปริมาณข้อมูลต่อวินาทีลงไปได้ เพราะหากผู้ใช้ติดต่อเครือข่ายด้วยโมเด็มผ่านสายโทรศัพท์ ปริมาณข้อมูลต่อวินาทีที่รับส่งได้ยังอยู่ในกรอบจำกัด เช่น รับส่งได้สูงสุดเพียง 28.8 กิโลบิตต่อวินาที เมื่อข้อมูลเสียงหรือวิดิโอได้รับการบีบอัดลงจึงทำให้การสื่อสารผ่านสายไปบนอินเทอร์เน็ตมีความเป็นไปได้มากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น